NG TRAINING ← บทความทั้งหมด
NG TRAINING | INSIGHTS

เรื่องเล่าจิตวิทยาองค์กร ตอนที่ 1

ทำไมทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่งจึงอาจทำงานร่วมกันไม่ได้? ค้นพบบทเรียนจาก Google Project Aristotle และความสำคัญของ Psychological Safety ที่ช่วยสร้างทีมให้กล้าคิด กล้าพูด และรับฟังกัน

ทีมประชุมที่มีคนหนึ่งรู้สึกถูกกีดกันจากการแสดงความคิดเห็น

เรื่องเล่าจิตวิทยาองค์กร | เรื่องที่ 1

“ทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่ง…แต่ไม่มีใครอยากอยู่”

ถ้าคุณมีโอกาสเลือกเพื่อนร่วมทีม ระหว่างทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่ง กับทีมที่เต็มไปด้วยคนที่รับฟังกัน คุณจะเลือกทีมไหน?

หลายคนอาจเลือกทีมแรก

แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยอยู่ในทีมที่เต็มไปด้วยคนเก่ง และกลับรู้สึกว่า…เธอไม่อยากไปประชุมกับคนเหล่านั้นอีกเลย

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง!

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 2009

หญิงสาวชื่อ จูเลีย โรซอฟสกี (Julia Rozovsky) เข้าเรียนที่ Yale School of Management มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เธอถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเรียนที่มีสมาชิก 5 คน ทุกคนผ่านการคัดเลือกเข้ามา ทุกคนมีความสามารถ และต่างมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

ฟังดูเหมือนเป็นทีมในฝันใช่ไหม?

แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

ทุกครั้งที่มีการประชุม สมาชิกบางคนพยายามแสดงอำนาจ บางคนพูดแทรก บางคนวิจารณ์ความคิดของคนอื่น และบางครั้งการประชุมก็กลายเป็นการแข่งขันว่าใครจะเป็นผู้นำ

จูเลียเริ่มรู้สึกอึดอัด

เธอต้องระวังคำพูด ต้องพยายามพิสูจน์ความสามารถ และต้องระวังไม่ให้ตัวเองทำผิดพลาด

สิ่งที่น่าประหลาดคือ…

เมื่อพูดคุยกันทีละคน สมาชิกเหล่านั้นกลับเป็นคนที่เป็นมิตร แต่เมื่อรวมตัวกันเป็นทีม บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

(Duhigg, 2016)

แล้ววันหนึ่ง จูเลียก็ตัดสินใจเข้าร่วมทีมแข่งขันวิเคราะห์กรณีศึกษาทางธุรกิจอีกทีมหนึ่ง

ทีมใหม่นี้แตกต่างจากทีมแรกมาก

สมาชิกมีประสบการณ์หลากหลาย ทั้งอดีตนายทหาร นักวิจัย ผู้บริหารองค์กรไม่แสวงหากำไร และผู้ที่เคยทำงานด้านผู้ลี้ภัย

พวกเขาไม่ได้มีพื้นฐานเหมือนกัน

ไม่ได้คิดเหมือนกัน

และไม่ได้เห็นด้วยกันทุกเรื่อง

แต่มีบางสิ่งที่ทีมแรกไม่มี

พวกเขากล้าพูดในสิ่งที่คิด!

ทุกครั้งที่ประชุม สมาชิกสามารถพูดเล่น หัวเราะ แสดงความคิดเห็นแปลก ๆ หรือเสนอไอเดียที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน

ครั้งหนึ่ง ทีมได้รับโจทย์ให้ออกแบบธุรกิจใหม่เพื่อทดแทนร้านขายขนมในมหาวิทยาลัย

จูเลียเสนอให้ทำห้องพักนอนกลางวัน พร้อมขายที่อุดหูและผ้าปิดตา

บางคนเสนอให้เปิดพื้นที่เล่นวิดีโอเกมเก่า

บางคนเสนอแนวคิดอื่น ๆ ที่ดูแปลกไม่แพ้กัน

แต่แทนที่จะหัวเราะเยาะเจ้าของความคิด พวกเขากลับช่วยกันคิดต่อ

ท้ายที่สุด ทีมเลือกพัฒนาแนวคิดโรงยิมขนาดเล็ก

และผลการแข่งขันก็ออกมา…

พวกเขาชนะ!

(Duhigg, 2016)

แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้

ทีมเรียนกลุ่มแรกของจูเลียแยกย้ายกันในภาคเรียนที่สอง

ขณะที่ทีมแข่งขันกลุ่มหลังยังคงทำงานร่วมกันตลอดสองปีที่เธอเรียนอยู่ที่ Yale

ลองคิดดูสิครับ…

ทีมหนึ่งมีคนเก่ง แต่กลับอยู่ด้วยกันไม่ได้

อีกทีมหนึ่งมีคนหลากหลาย และกลับสามารถสร้างผลงานร่วมกันได้

อะไรคือความแตกต่างที่แท้จริง?

หลายปีต่อมา จูเลียได้เข้าทำงานที่ Google

และมีโอกาสร่วมศึกษาโครงการวิจัยสำคัญชื่อว่า Project Aristotle

โครงการนี้เริ่มต้นในปี ค.ศ. 2012 โดย Google ต้องการค้นหาคำตอบว่า

“อะไรทำให้บางทีมประสบความสำเร็จมากกว่าทีมอื่น?”

Google ศึกษาทีมภายในองค์กรจำนวน 180 ทีม วิเคราะห์คุณลักษณะและรูปแบบการทำงานของสมาชิกอย่างละเอียด

ในตอนแรก นักวิจัยพยายามค้นหาว่า ควรนำคนแบบไหนมารวมกันจึงจะได้ทีมที่ดีที่สุด

แต่ยิ่งศึกษา พวกเขาก็ยิ่งพบว่า…

ความสามารถเฉพาะบุคคลเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถอธิบายความสำเร็จของทีมได้

สิ่งสำคัญกลับเป็นวิธีที่สมาชิกปฏิบัติต่อกัน

และในบรรดาปัจจัยสำคัญ 5 ประการที่ Google ค้นพบ ปัจจัยที่โดดเด่นที่สุดคือ

Psychological Safety — ความปลอดภัยทางจิตใจ

หมายถึงการที่คนในทีมรู้สึกปลอดภัยพอที่จะถามคำถาม แสดงความคิดเห็น ยอมรับความผิดพลาด หรือเสนอความคิดที่แตกต่าง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำให้อับอาย

(Google, n.d.; Duhigg, 2016)

และนี่เองคือจุดที่เรื่องราวในอดีตของจูเลียมีความหมายขึ้นมา

ทีมแรกไม่ได้ขาดคนเก่ง

แต่สมาชิกกลับต้องใช้พลังส่วนหนึ่งไปกับการปกป้องตัวเอง

ส่วนทีมที่สองไม่ได้มีทุกคนคิดเหมือนกัน

แต่พวกเขามีพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่

บางครั้ง สิ่งที่ทำลายทีม ไม่ใช่การขาดคนเก่ง แต่เป็นบรรยากาศที่ทำให้คนเก่งไม่กล้าแสดงความสามารถ

ลองย้อนกลับมามององค์กรของเราบ้าง

ในห้องประชุมของเรา มีใครบางคนที่ไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือเปล่า?

มีพนักงานที่เคยเสนอความคิดดี ๆ แต่ถูกหัวหน้าปฏิเสธจนไม่อยากพูดอีกหรือไม่?

มีใครบางคนที่พยายามเตือนถึงปัญหา แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนคิดลบหรือเปล่า?

หรือบางครั้ง…

คนที่เงียบที่สุดในห้อง อาจไม่ใช่คนที่ไม่มีความคิดเห็น

แต่เป็นคนที่เคยเรียนรู้มาแล้วว่า

“พูดไป…ก็ไม่มีใครฟัง”

นี่คือบทเรียนสำคัญที่ผมอยากชวนทุกคนคิดต่อจากเรื่องนี้

ความหลากหลาย (Diversity) ไม่ได้หมายถึงการนำคนต่างเพศ ต่างวัย ต่างประสบการณ์ หรือต่างความคิดเข้ามาอยู่ในองค์กรเพียงอย่างเดียว

แต่เราต้องสร้างการยอมรับและการมีส่วนร่วม (Inclusion) เพื่อให้ความแตกต่างเหล่านั้นสามารถสร้างคุณค่าได้จริง

เพราะองค์กรอาจจ้างคนเก่งเข้ามาได้ด้วยเงินเดือน

แต่ไม่สามารถซื้อความกล้าที่จะพูดความจริงจากพนักงานได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว

สิ่งนั้นต้องสร้างด้วยความไว้วางใจ

ด้วยการรับฟัง

และด้วยการทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่า

ก่อนจบเรื่องนี้ ผมอยากฝากคำถามหนึ่งข้อให้กับหัวหน้าทีมและผู้บริหารทุกคน

“เวลาลูกน้องเงียบในห้องประชุม คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาเห็นด้วย…หรือเขาแค่ไม่กล้าพูด?”

เพราะท้ายที่สุดแล้ว…

“ทีมที่ดีที่สุด ไม่ใช่ทีมที่ไม่มีใครคิดต่าง แต่เป็นทีมที่ไม่มีใครต้องกลัวเมื่อคิดต่าง”

และบางครั้ง หน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำ ไม่ใช่การเป็นคนที่มีคำตอบมากที่สุด

แต่คือการสร้างพื้นที่ให้คนอื่นกล้าพูดในสิ่งที่เราอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน


💬 คำถามชวนคิด

1. ในทีมของคุณ มีใครที่อาจมีความคิดดี ๆ แต่ยังไม่กล้าแสดงความคิดเห็น?

2. ครั้งล่าสุดที่ลูกน้องไม่เห็นด้วยกับคุณ คุณตอบสนองอย่างไร?

3. หากพรุ่งนี้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมได้หนึ่งอย่าง เพื่อให้ทีมกล้าพูดมากขึ้น คุณจะเริ่มจากอะไร?

📚 แหล่งอ้างอิง (APA 7th Edition)

Duhigg, C. (2016, February 25). What Google learned from its quest to build the perfect team. The New York Times Magazine. https://www.nytimes.com/2016/02/28/magazine/what-google-learned-from-its-quest-to-build-the-perfect-team.html

Edmondson, A. (1999). Psychological safety and learning behavior in work teams. Administrative Science Quarterly, 44(2), 350–383. https://doi.org/10.2307/2666999

Google. (n.d.). Understand team effectiveness. re:Work. https://rework.withgoogle.com/en/guides/understanding-team-effectiveness

Google. (n.d.). Team dynamics: The five keys to building effective teams. Think with Google. https://business.google.com/us/think/future-of-marketing/five-dynamics-effective-team/

หมายเหตุ: เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากเหตุการณ์จริงที่ได้รับการรายงานโดย Charles Duhigg และผลการศึกษาของ Google โดยมีการปรับภาษาและลำดับการเล่าเพื่อให้อ่านสนุกขึ้น ไม่มีการสร้างบทสนทนาสมมติแล้วอ้างว่าเป็นคำพูดจริงของบุคคลในเหตุการณ์ ทั้งนี้ Project Aristotle เป็นงานวิจัยด้านประสิทธิผลของทีม ซึ่งสามารถนำข้อค้นพบมาเชื่อมโยงกับ Diversity และ Inclusion ได้ แต่ไม่ใช่นโยบาย Diversity โดยตรง

#จิตวิทยาองค์กร #เรื่องเล่าจากองค์กรระดับโลก #Teamwork #Leadership #Diversity #Inclusion #PsychologicalSafety #TeamBuilding #OrganizationalPsychology

พัฒนาทีมของคุณกับ NG Training

พูดคุยกับเราเพื่อออกแบบกิจกรรม Team Building ให้เหมาะกับองค์กรของคุณ

ติดต่อ NG Training →